JamboLive

หมดปัญหาไลฟ์สดไม่มีคนดูด้วยการใช้ Facebook Ads Boost Live

ทุกคน...เคยรู้สึกผิดหวังจากการไลฟ์สดแล้วไม่มีคนเข้ามาดูไหม?

ในยุคปัจจุบันที่ใครๆก็สามารถเป็นพ่อค้าหรือแม่ค้าออนไลน์กันได้ง่ายๆ เเต่เชื่อเถอะว่าอาชีพเหล่านี้ ก็ไม่ได้ง่ายสำหรับทุกคนเช่นกัน มันไม่ใช่แค่การตั้งกล้อง ถือสินค้าเเล้วขายเท่านั้น มันยังมีปัญหา และสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมายมาก และอีก 1 ปัญหาที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่ มักเจออยู่บ่อยๆก็คือการที่ไลฟ์สดแล้วไม่มีคนเข้ามาดูนั่นเอง ซึ่งอย่างที่รู้กันว่า การไลฟ์สดเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเชื่อมต่อกับลูกค้า และโปรโมทสินค้า แต่ถ้าไม่มีผู้ชม การไลฟ์สดของคุณก็จะไม่เกิดผลเท่าที่ควร

งั้นวันนี้ JamboLive ขอนำเสนอวิธีแก้ปัญหานี้ด้วยการใช้ Facebook Ads และการ Boost Live มาฝากค่ะ!

เมื่อการไลฟ์สดเป็นวิธีที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าแบบเรียลไทม์ และสามารถเพิ่มยอดขายได้ทันที แต่หลายๆ ครั้งแม่ค้าออนไลน์มักเจอปัญหาว่าไม่มีคนเข้ามาดูไลฟ์สดเลย

ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ไม่มียอดคนดูขณะกำลังไลฟ์สด เช่น:
* การแจ้งเตือนไม่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
* เวลาที่เลือกไลฟ์สดไม่เหมาะสม
* การโปรโมทไลฟ์สดไม่เพียงพอ
* การแข่งขันจากคอนเทนต์อื่นๆ ในโซเชียลมีเดีย

ดังนั้น JamboLive ขอแชร์เครื่องมืออย่าง Facebook Ads และการ Boost Post ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการเข้าถึงและดึงดูดผู้ชมให้เข้ามาดูไลฟ์สดของคุณมากยิ่งขึ้น

แล้ว...เครื่องมือ Facebook Ads และ Boost Live มีประโยชน์ยังไง ?
* เพิ่มการเข้าถึง: ช่วยให้ไลฟ์สดของคุณเข้าถึงผู้ชมได้มากขึ้น มากกว่า 10 เท่า
* ดึงดูดผู้ชมที่สนใจ: การกำหนดกลุ่มเป้าหมายทำให้โฆษณาเข้าถึงผู้ที่สนใจจริงๆ
* เพิ่มการมีส่วนร่วม: การเพิ่มการมองเห็นช่วยเพิ่มโอกาสในการมีส่วนร่วมของผู้ชม

เมื่อเข้าใจถึงประโยชน์แล้ว เรามาดูวิธีการใช้งานเลย!
1. ใช้ Facebook Ads เพื่อโปรโมทไลฟ์สด
* กำหนดกลุ่มเป้าหมาย: เลือกกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เห็นโฆษณาไลฟ์สดของคุณ เช่น อายุ, เพศ, ความสนใจ และภูมิศาสตร์
* สร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจ: ทำให้โฆษณาของคุณโดดเด่นด้วยภาพหรือวิดีโอที่ดึงดูด และข้อความที่กระชับและน่าสนใจ
* ตั้งค่าแคมเปญ: เลือกประเภทแคมเปญที่เหมาะสม เช่น Engagement หรือ Video Views เพื่อเพิ่มการเข้าถึงไลฟ์สดและดึงดูดผู้ชม

2. Boost Live เพื่อเพิ่มการมองเห็น
* เลือกโพสต์ไลฟ์สด: เมื่อคุณไลฟ์สดเสร็จแล้ว ให้เลือกโพสต์ไลฟ์สดนั้นมา Boost เพื่อเพิ่มการมองเห็น
* ตั้งงบประมาณ: กำหนดงบประมาณที่ต้องการใช้ในการ Boost Live โดยสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม
* กำหนดระยะเวลา: เลือกระยะเวลาที่ต้องการ Boost Live เพื่อให้ผู้ชมมีโอกาสเห็นโพสต์ไลฟ์สดของคุณมากขึ้น

เพียงเท่านี้...การไลฟ์สดจะไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่คุณใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่าง Facebook Ads และ Boost Live มาช่วยโปรโมทไลฟ์สดของคุณ ก็สามารถเพิ่มยอดผู้ชม ยอดออเดอร์สินค้าได้มากยิ่งขึ้น!

แต่ถ้าหากใครคิดว่าขั้นตอนยุ่งยาก ไม่กล้าลงมือด้วยตัวเอง สามารถปรึกษา JamboLive ได้ฟรี! เพราะหากสมัคร jamboLive วันนี้ สามารถใช้ ฟีเจอร์ Facebook Ads Boost Live ได้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย!

สนใจระบบดูดออเดอร์และจัดการร้านค้าออนไลน์ ทักเลย!

LINE: @jamboliveth (มี@)

INBOX: http://m.me/jamboliveth

WEBSITE: https://jambolive.tv/th/

โทร: 095-174-4436

ข่าวล่าสุด

ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของออนไลน์ ธุรกิจต้องรู้

ในยุคที่การซื้อของออนไลน์กลายเป็นพฤติกรรมหลักของผู้บริโภค การทำความเข้าใจ ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มยอดขายและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าออนไลน์ มาดูกันว่าปัจจัยใดที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าออนไลน์มากที่สุด

1. ราคาและโปรโมชั่น
ราคา เป็นปัจจัยอันดับต้น ๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคมักเปรียบเทียบราคาจากหลายร้านค้าก่อนตัดสินใจ
- การจัด โปรโมชั่น เช่น ลดราคา, ซื้อ 1 แถม 1, คูปองส่วนลด และ Flash Sale สามารถกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น
- การใช้ ระบบสะสมแต้ม และ สมาชิก VIP ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มความภักดีของลูกค้า

2. ความน่าเชื่อถือของร้านค้าและรีวิวจากลูกค้า
ลูกค้าส่วนใหญ่มักตรวจสอบ รีวิวสินค้าและคะแนนรีวิว ก่อนตัดสินใจซื้อ
- ร้านค้าที่มีรีวิวดีจากผู้ใช้จริงมักได้รับความไว้วางใจมากกว่า
- รีวิวที่มีภาพถ่ายและวิดีโอ ช่วยให้ลูกค้าเห็นสินค้าจริงและลดความลังเล
- ธุรกิจควรมี บริการลูกค้าและนโยบายคืนสินค้า ที่ชัดเจนเพื่อเพิ่มความมั่นใจ

3. การจัดส่งสินค้าและค่าขนส่ง
- การจัดส่งที่รวดเร็ว เป็นสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญสูงสุด ลูกค้าหลายคนยอมจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้รับสินค้าเร็วขึ้น
- การส่งฟรี หรือค่าขนส่งที่ไม่สูงเกินไปช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
- ร้านค้าที่มี ตัวเลือกขนส่งหลายรูปแบบ และแจ้งเลขพัสดุทันทีช่วยให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจ

4. ช่องทางการชำระเงินที่สะดวก
ลูกค้าต้องการช่องทางชำระเงินที่หลากหลายและปลอดภัย เช่น
- E-Wallets (TrueMoney, ShopeePay, LINE Pay)
- บัตรเครดิต/เดบิต และการโอนเงินผ่านธนาคาร
- บริการเก็บเงินปลายทาง (COD - Cash on Delivery) ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า

5. ประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
- เว็บไซต์หรือแอปที่ใช้งานง่าย โหลดเร็ว และรองรับมือถือ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ
- ระบบที่มี AI Chatbot หรือระบบตอบแชทอัตโนมัติ อย่างเช่น JamboLive ช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อมูลสินค้าอย่างรวดเร็ว

6. การตลาดและโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย
- การใช้ โฆษณาบน Facebook, Instagram, TikTok และ Google Ads ที่ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภค ช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขาย
- การทำ Retargeting Ads ช่วยดึงลูกค้าที่เคยเข้ามาดูสินค้าให้กลับมาตัดสินใจซื้อ

7. ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว
- ร้านค้าที่มี มาตรการปกป้องข้อมูลลูกค้า (Data Protection) และใช้ระบบ SSL Secure Payment ทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัยในการซื้อสินค้าออนไลน์
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจออนไลน์ การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบ กลยุทธ์การขาย ได้ดีขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย และทำให้ร้านค้าของคุณเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 💬
LINE : @jamboliveth (มี@)
INBOX : http://m.me/jamboliveth
WEBSITE : https://th.jambolive.tv/
โทร : 095-174-4436
สอนใช้ระบบและให้คำปรึกษาฟรีตลอดการใช้งาน

JamboLive
17 มีนาคม 2025
ดูเพิ่มเติม...
พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชอบรีวิวก่อนซื้อ ทำไมรีวิวถึงสำคัญกับธุรกิจ

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลสามารถเข้าถึงได้ง่าย ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าออนไลน์หรือออฟไลน์ รีวิวจากผู้ใช้จริงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อพฤติกรรมการซื้ออย่างมาก มาดูกันว่าทำไมผู้บริโภคถึงให้ความสำคัญกับรีวิว และธุรกิจควรปรับตัวอย่างไรเพื่อใช้ประโยชน์จากแนวโน้มนี้

1. รีวิวช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ (Social Proof)
ผู้บริโภคมีแนวโน้มเชื่อมั่นในสินค้าที่มีรีวิวจากลูกค้าจริงมากกว่าการโฆษณาของแบรนด์เอง รีวิวที่ดีสามารถช่วยให้สินค้าดูน่าเชื่อถือขึ้น และช่วยให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจซื้อ
- รีวิวจาก Shopee, Lazada, TikTok Shop, JamboLive มีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้า
- รีวิวที่มีรูปภาพหรือวิดีโอช่วยให้ลูกค้าเห็นสินค้าในมุมมองที่แท้จริง

2. รีวิวช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจซื้อ
การซื้อของออนไลน์มีความเสี่ยงที่ลูกค้าอาจจะไม่ได้รับสินค้าตามที่คาดหวัง รีวิวจากผู้ซื้อก่อนหน้าช่วยให้ลูกค้าประเมินคุณภาพสินค้าและบริการของร้านค้าได้ก่อนตัดสินใจซื้อ
- คะแนนรีวิว 4-5 ดาว สามารถเพิ่มโอกาสในการขายได้มากกว่าสินค้าที่ไม่มีรีวิว
- ผู้บริโภคมักมองหาคอมเมนต์เกี่ยวกับ คุณภาพสินค้า, การจัดส่ง และบริการหลังการขาย

3. รีวิวมีผลต่อการจัดอันดับในแพลตฟอร์มขายสินค้า
แพลตฟอร์ม E-commerce และ Social Commerce เช่น Facebook, Instagram, TikTok และ Google ให้ความสำคัญกับรีวิวและคะแนนสินค้า ร้านค้าที่มีรีวิวดีจะถูกแสดงผลในอันดับต้น ๆ ทำให้มีโอกาสขายได้มากขึ้น
- Google Reviews ช่วยให้ร้านค้าติดอันดับ SEO ได้ดีขึ้น
- อัลกอริธึมของ Shopee, Lazada และ TikTok Shop จะให้ความสำคัญกับร้านค้าที่มีรีวิวดี

4. ผู้บริโภคเชื่อมั่นใน UGC (User-Generated Content)
User-Generated Content (UGC) หรือคอนเทนต์ที่ลูกค้าสร้างขึ้นเอง เช่น รีวิว, รูปภาพ หรือวิดีโอรีวิว ช่วยให้สินค้าได้รับความน่าเชื่อถือมากขึ้นเพราะเป็นการแนะนำจากผู้ใช้จริง ไม่ใช่จากแบรนด์โดยตรง
- การใช้ Influencer และ Micro-Influencer ที่ทำรีวิวสินค้าแบบจริงใจช่วยเพิ่มความน่าสนใจ
- รีวิวที่เป็นวิดีโอบน TikTok, Instagram Reels หรือ Facebook Live ช่วยดึงดูดความสนใจได้ดีกว่าข้อความธรรมดา

5. ธุรกิจควรปรับตัวยังไง?
เพื่อให้สามารถใช้พฤติกรรมการอ่านรีวิวของลูกค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ธุรกิจควรมี กลยุทธ์กระตุ้นให้ลูกค้ารีวิวสินค้า เช่น
- ส่งข้อความเตือนให้ลูกค้ารีวิวหลังได้รับสินค้า
- มอบ คูปองส่วนลด หรือแต้มสะสมสำหรับลูกค้าที่รีวิวสินค้า
- ตอบกลับรีวิวลูกค้าอย่างใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นรีวิวดีหรือไม่ดี

การรีวิวสินค้ากลายเป็น ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า การมีรีวิวที่ดีช่วยให้ธุรกิจสร้างความน่าเชื่อถือ เพิ่มยอดขาย และได้รับการจัดอันดับที่ดีในแพลตฟอร์ม E-commerce และ Social Media ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ อย่าลืมกระตุ้นให้ลูกค้ารีวิว เพราะมันอาจเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตของธุรกิจคุณ

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 💬
LINE : @jamboliveth (มี@)
INBOX : http://m.me/jamboliveth
WEBSITE : https://th.jambolive.tv/
โทร : 095-174-4436
สอนใช้ระบบและให้คำปรึกษาฟรีตลอดการใช้งาน

JamboLive
14 มีนาคม 2025
ดูเพิ่มเติม...
พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ธุรกิจต้องปรับตัวยังไงในปี 2025

พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออนไลน์มีบทบาทสำคัญมากขึ้น การเข้าใจแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จะช่วยให้ธุรกิจสามารถวางกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำและแข่งขันได้ในตลาด วันนี้เรามาดูกันว่ามีแนวโน้มอะไรบ้างที่ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2025

1. การซื้อขายออนไลน์เติบโตมากขึ้น
ปัจจุบัน E-commerce และ Live Commerce กำลังกลายเป็นช่องทางหลักในการจับจ่ายของผู้บริโภค ร้านค้าต้องปรับตัวโดยใช้แพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop และ JamboLive เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การชำระเงินผ่าน e-Wallet กำลังเป็นที่นิยม ทำให้ธุรกิจต้องรองรับระบบชำระเงินที่หลากหลาย

2. ผู้บริโภคต้องการประสบการณ์ที่สะดวกและรวดเร็ว
ลูกค้าในยุคดิจิทัลคาดหวัง การตอบสนองที่รวดเร็ว และกระบวนการซื้อสินค้าที่ ง่ายและไร้รอยต่อ ธุรกิจที่ใช้ AI Chatbot และระบบตอบแชทอัตโนมัติ เช่น JamboLive จะสามารถช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น และลดโอกาสที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจไปซื้อจากร้านอื่น

3. การให้ความสำคัญกับรีวิวและคอนเทนต์จากผู้ใช้จริง
Social Proof หรือหลักฐานทางสังคม เช่น รีวิวจากผู้ซื้อจริง และ UGC (User-Generated Content) มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าอย่างมาก แบรนด์ที่สามารถกระตุ้นให้ลูกค้ารีวิวและแชร์ประสบการณ์ผ่าน TikTok, Instagram และ Facebook จะมีโอกาสได้รับความไว้วางใจมากขึ้น

4. ความนิยมของ Live Commerce และการขายแบบอินเตอร์แอคทีฟ
ลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่ซื้อของออนไลน์ แต่ต้องการ มีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น ผ่านไลฟ์สดและการขายแบบอินเตอร์แอคทีฟ Live Commerce ไม่ใช่แค่การขาย แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและกระตุ้นการซื้อแบบเร่งด่วนด้วยโปรโมชั่นพิเศษ

5. ผู้บริโภคใส่ใจความยั่งยืนและจริยธรรมมากขึ้น
แนวคิด Sustainable Shopping และ Eco-Friendly Products กำลังมาแรง ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ หรือสนับสนุนธุรกิจที่มีความเป็นธรรมทางแรงงาน

6. Personalization และ Data-Driven Marketing กำลังเป็นที่นิยม
ผู้บริโภคชอบ ประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว (Personalized Experience) เช่น การแนะนำสินค้าเฉพาะบุคคลโดย AI การส่งโปรโมชั่นที่ตรงกับพฤติกรรมของลูกค้า ธุรกิจที่ใช้ Big Data และ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า จะสามารถทำการตลาดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ธุรกิจที่ต้องการเติบโตในปี 2025 ต้องเข้าใจว่า ผู้บริโภคต้องการความสะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ และมีความเป็นส่วนตัว การปรับตัวให้ทันกับแนวโน้มเหล่านี้ จะช่วยให้ธุรกิจสามารถดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจของคุณพร้อมปรับตัวแล้วหรือยัง ถ้าอยากขายดี ต้องตามให้ทันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 💬
LINE : @jamboliveth (มี@)
INBOX : http://m.me/jamboliveth
WEBSITE : https://th.jambolive.tv/
โทร : 095-174-4436
สอนใช้ระบบและให้คำปรึกษาฟรีตลอดการใช้งาน

JamboLive
10 มีนาคม 2025
ดูเพิ่มเติม...
ติดต่อเรา

ทดลองใช้งานจัมโบ้ไลฟ์ฟรี 7 วัน

แอดไลน์ @jamboliveth ( มี@ )

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

หากต้องการปรึกษาเกี่ยวกับระบบของจัมโบ้ไลฟ์
กรอกช่องทางการติดต่อกลับเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด