JamboLive

เบื้องหลังความสำเร็จเจ้าแม่ไลฟ์สดตัวท็อปและทริคการเลือกสรรสินค้าสำหรับไลฟ์ขาย

**บทความต้นฉบับจัดทำโดย เจิ้งไค่หยาง CEO ของ JamboLive Technology LTD. โดยเนื้อหาบางส่วนอาจได้รับการดัดแปลงเพื่อให้เหมาะกับบริบทของผู้อ่านภาษาไทย

ในโลกของการขายผ่านการถ่ายทอดสดทางออนไลน์ มันไม่ใช่แค่การเปิดกล้องแล้วพูดคุยเพื่อขายสินค้าเท่านั้นนะ แต่ยังมีเครือข่ายซัพพลายเชนที่ซับซ้อนอยู่ ซึ่งเราต้องคำนึงถึงเวลาและต้นทุนการดำเนินงานอย่างพิถีพิถันอีกด้วย ในทีมของการถ่ายทอดสด บทบาทที่สำคัญมากๆ คือ "ทีมงานหลังบ้านที่ช่วยเลือกสินค้า" แต่หน้าที่ของพวกเขาคืออะไรและวิธีการเลือกสินค้าควรที่จะเลือกจากอะไร มาอ่านต่อกันในบทความนี้ได้เลย

ไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมพบกับโค้ชในที่ทำงานของผม โค้ชคนนั้นอายุเกือบ 70 ปีแล้ว โค้ชถามผมว่า "คุณเคยได้ยินเรื่องของ 'เสี่ยวหลิวไลฟ์สด' เจิ้งเซียงเซียงไหม" หลังจากนั้นเขาก็เล่าว่าเจิ้งเซียงเซียงสามารถทำยอดขายจากการไลฟ์สดในหนึ่งสัปดาห์ได้มากกว่า 400 ล้านไต้หวันดอลลาร์ ที่ธุรกิจขนาดเล็กและกลางยังไม่สามารถทำได้ในเวลา 10 ปีด้วยซ้ำ แต่เธอทำได้ในเวลาเพียงแค่ 7 วัน ถือว่าเป็นอะไรที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก

"เจ้าแม่ไลฟ์สดยุคใหม่" หรือ เจิ้งเซียงเซียง คือนักไลฟ์สดชื่อดังตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 เธอขายสินค้าทุก ๆ 3 ถึง 10 วินาทีในระหว่างการไลฟ์ เทคนิคการขายของเธอถูกเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีชื่อเสียงในเมืองจีนอย่าง Pinduoduo

การไลฟ์สดเพียง 3-4 ชั่วโมงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะจริงๆแล้วหลังบ้านการไลฟ์สดขายของมีเครือข่ายซัพพลายเชนที่ซับซ้อนกว่าช่องทางค้าปลีกในที่มีหน้าร้านจริงๆซะอีก การไลฟ์สดจึงจำเป็นที่จะต้องการการคำนวณเวลาและต้นทุนการดำเนินงานหลังบ้านอย่างแม่นยำเพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น ดังนั้นถ้าอยากมียอดขายปังๆในการไลฟ์สด การพึ่งพาแค่นักไลฟ์หรือผู้ไลฟ์ที่อยู่หน้ากล้องเป็นอะไรที่ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว การจะขายสินค้าควรที่จะต้องอาศัยทั้งทีมหลังบ้านและผู้ไลฟ์ในการประสานงานกันเพื่อทำให้เกิดการไลฟ์สดและการจัดการหลังบ้านที่ไหลลื่น

และแล้วก็มาถึงการอธิบายที่ถูกเกริ่นไว้ที่ต้นบทความนั่นก็คือ “ทีมงานหลังบ้านที่ช่วยเลือกสินค้า” ทีมงานหลังบ้านที่ช่วยเลือกสินค้า มีหน้าที่ที่สำคัญในการปรับปรุงวิธีการทำให้สินค้าสามารถขายได้ ซึ่งนั่นก็คือการค้นหาคุณสมบัติเด่นของสินค้าที่ขาย เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่ไลฟ์สดอยู่หน้ากล้องสามารถให้ประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ซื้อได้แบบไม่มีสะดุดและสามารถขายได้

ทีมงานหลังบ้านที่ช่วยเลือกสินค้า มีขั้นตอนการเลือกสินค้า สองขั้นตอน:

ขั้นตอนแรก
กรองสินค้าโดยใช้ข้อมูลจากสถิติและประสบการณ์ นอกจากจะต้องพิจารณาว่าสินค้านั้นได้รับความนิยมในตลาดหรือไม่ ต้องเลือกสินค้าที่เหมาะสมกับบุคลิกของผู้ไลฟ์สด พร้อมค้นหาสินค้าที่จะขายเป็นหลักในขั้นตอนนี้ด้วย

ขั้นตอนที่สอง
เขียนข้อมูลสินค้าตามลักษณะของสินค้าเพื่อนำไปใช้เป็นเนื้อหาในการไลฟ์สดขายสินค้า การจับโจทย์ของสินค้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก แต่ละแพลตฟอร์มหรือแบรนด์ก็อาจจะต้องมีแนวทางการขายที่แตกต่างกันออกไป โดยทริคเด็ด คือการใช้หลักการ “573” ของสินค้า

“ 5 จุดขายที่แตกต่าง ”
เพื่อโปรโมทสินค้าผ่านช่องทางการถ่ายทอดสดออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ เราสามารถเน้นที่ 5 จุดขายที่สำคัญ เช่น การค้นหาคุณลักษณะเฉพาะของสินค้า การเล่าเรื่องราวของแบรนด์ ความพิเศษของแหล่งที่มาของสินค้า และประเภทของสินค้า เพื่อสร้างความประทับใจและดึงดูดให้กับผู้ชม แนะนำให้เน้นจุดขายเหล่านี้อย่างน้อยสองครั้งในการถ่ายทอดสด เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ชมได้รับข้อมูลและเข้าใจถึงคุณค่าของสินค้าได้อย่างชัดเจน

“ 7 คุณสมบัติของสินค้า “
เราควรระบุคุณสมบัติทั่วไปของสินค้า และจัดลำดับตามความต้องการของผู้บริโภค โดยบ่งบอกถึงคุณค่าที่ผู้บริโภคจะได้รับจากสินค้าที่เราขาย สำหรับคุณสมบัติทั่วไปของสินค้าที่ทุกแบรนด์มักจะมีอาจจะเป็น ความทนทาน, คุณภาพของวัสดุ, การใช้งานง่าย, ความปลอดภัย, และการบำรุงรักษาที่ง่าย ส่วนในการจัดลำดับตามความต้องการของผู้บริโภค สิ่งสำคัญอาจมีการจัดลำดับการให้ความสำคัญของกลุ่มลูกค้าของเราว่าปัจจัยอะไร เป็นที่ต้องการของกลุ่มคนดู เช่น หากกลุ่มลูกค้าของเรามองหาคุณภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ ความทนทานและคุณภาพของวัสดุอาจจะได้รับการจัดลำดับไว้ในอันดับแรกที่ถูกพูดถึงหรือพูดบ่อยในไลฟ์สดตอนขายสินค้านั้นๆ

“ 3 ฉากการใช้งาน “
ในระหว่างไลฟ์สด เพิ่มฉากการใช้งานบางฉาก จะทำให้ไลฟ์น่าสนใจยิ่งขึ้น การอยู่แต่ในฉากเดิมๆอาจจะทำให้ผู้ชมเราเบื่อ การมีอะไรที่เปลี่ยนแแปลงและแปลกใหม่ในไลฟ์จะทำให้ผู้ชมมีความรู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้น

สุดท้าย ทีมงานหลังบ้านที่ช่วยเลือกสินค้าต้องมั่นใจว่า สินค้า ข้อมูลสินค้า คุณภาพการขาย และบทพูดมีความสอดคล้องกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค พ่อค้าแม่ค้าไลฟ์สดชื่อดังที่ขายเก่งๆสามารถพูดให้สินค้าธรรมดากลายเป็นสินค้าที่ดูมีค่าได้ แต่บางครั้งก็มีกรณีที่ไลฟ์สดที่ตุ๊บเพราะคำพูดในไลฟ์หรือขายของที่ไม่มีคุณภาพออกไปทำผู้บริโภคร้องเรียนได้ ดังนั้นทีมงานหลังบ้านที่ช่วยเลือกสินค้าจึงต้องเป็นผู้กรองสินค้าร่วมกับผู้ไลฟ์ และไม่ลืมที่จะเปรียบเทียบกับทดลองใช้สินค้าก่อนนำมาขาย

นักไลฟ์ที่มีชื่อเสียงและดาราบางคนจะมีมาตรฐานการเลือกสินค้าที่สูง และจะจัดประชุมเพื่อให้ทีมงานประเมินผลิตภัณฑ์ การเลือกสินค้าที่ดีสามารถลดอัตราการคืนสินค้าและเพิ่มมูลค่าแบรนด์ของผู้ไลฟ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่มีให้มีดราม่าหรือปัญหาต่างๆตามมาทีหลัง

เจิ้งไคหยาง ผู้บริหาร JamboLive ทิ้งท้ายว่า“ผมชอบคำพูดของ Peter Drucker ที่พูดว่า "องค์กรคือการรวมกลุ่มคนธรรมดาเพื่อทำสิ่งที่ไม่ธรรมดา" การใช้คำนี้อธิบายทีมไลฟ์สดนั้นเหมาะสมอย่างยิ่ง การเลือกสินค้ามีบทบาทสำคัญในการเติบโตของธุรกิจการขายผ่านการไลฟ์สด นอกจากการเลือกสินค้าที่มีคุณภาพและน่าสนใจ การเลือกสินค้าที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายยังเป็นปัจจัยสำคัญอีกด้วย เพราะมันมีผลต่อประสิทธิภาพของการขายเป็นอย่างมาก”

เป็นยังไงกันบ้างคะกับเคสของแม่ค้าไลฟ์สดที่ทำยอดขายถล่มถลาย อ่านแล้วทำให้มีแรงกำลังใจที่จะฮึดสู้ต่อไปเพื่อให้มีซักวันที่เป็นวันปังๆของเรากันบ้างไหมคะ จัมโบ้หวังว่าทุกคนจะสามารถทำตามฝันได้ และนำทริคความรู้ดีๆนี้ไปใช้ในการเลือกสินค้ามาขายของออนไลน์กันนะคะ^^

นอกจากทีมงานหลังบ้านที่ดีแล้วการมีระบบหลังบ้านที่ดีเป็นตัวช่วยขายอย่างระบบดูดออเดอร์ & จัดการหลังบ้าน JamboLive ก็จะทำให้การขายเป็นไปได้อย่างราบรื่นและจัดการเป็นระบบไม่งงและไม่สับสนอีกด้วย!

สนใจใช้ระบบดูด CF ไลฟ์สด ดูดออเดอร์และจัดการหลังบ้านร้านค้าออนไลน์ติดต่อ:

LINE: @jamboliveth (มี@)

INBOX: http://m.me/jamboliveth

WEBSITE: https://th.jambolive.tv/

โทร: 095-174-4436

ข่าวล่าสุด

ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของออนไลน์ ธุรกิจต้องรู้

ในยุคที่การซื้อของออนไลน์กลายเป็นพฤติกรรมหลักของผู้บริโภค การทำความเข้าใจ ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มยอดขายและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าออนไลน์ มาดูกันว่าปัจจัยใดที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าออนไลน์มากที่สุด

1. ราคาและโปรโมชั่น
ราคา เป็นปัจจัยอันดับต้น ๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคมักเปรียบเทียบราคาจากหลายร้านค้าก่อนตัดสินใจ
- การจัด โปรโมชั่น เช่น ลดราคา, ซื้อ 1 แถม 1, คูปองส่วนลด และ Flash Sale สามารถกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น
- การใช้ ระบบสะสมแต้ม และ สมาชิก VIP ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มความภักดีของลูกค้า

2. ความน่าเชื่อถือของร้านค้าและรีวิวจากลูกค้า
ลูกค้าส่วนใหญ่มักตรวจสอบ รีวิวสินค้าและคะแนนรีวิว ก่อนตัดสินใจซื้อ
- ร้านค้าที่มีรีวิวดีจากผู้ใช้จริงมักได้รับความไว้วางใจมากกว่า
- รีวิวที่มีภาพถ่ายและวิดีโอ ช่วยให้ลูกค้าเห็นสินค้าจริงและลดความลังเล
- ธุรกิจควรมี บริการลูกค้าและนโยบายคืนสินค้า ที่ชัดเจนเพื่อเพิ่มความมั่นใจ

3. การจัดส่งสินค้าและค่าขนส่ง
- การจัดส่งที่รวดเร็ว เป็นสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญสูงสุด ลูกค้าหลายคนยอมจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้รับสินค้าเร็วขึ้น
- การส่งฟรี หรือค่าขนส่งที่ไม่สูงเกินไปช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
- ร้านค้าที่มี ตัวเลือกขนส่งหลายรูปแบบ และแจ้งเลขพัสดุทันทีช่วยให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจ

4. ช่องทางการชำระเงินที่สะดวก
ลูกค้าต้องการช่องทางชำระเงินที่หลากหลายและปลอดภัย เช่น
- E-Wallets (TrueMoney, ShopeePay, LINE Pay)
- บัตรเครดิต/เดบิต และการโอนเงินผ่านธนาคาร
- บริการเก็บเงินปลายทาง (COD - Cash on Delivery) ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า

5. ประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
- เว็บไซต์หรือแอปที่ใช้งานง่าย โหลดเร็ว และรองรับมือถือ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ
- ระบบที่มี AI Chatbot หรือระบบตอบแชทอัตโนมัติ อย่างเช่น JamboLive ช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อมูลสินค้าอย่างรวดเร็ว

6. การตลาดและโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย
- การใช้ โฆษณาบน Facebook, Instagram, TikTok และ Google Ads ที่ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภค ช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขาย
- การทำ Retargeting Ads ช่วยดึงลูกค้าที่เคยเข้ามาดูสินค้าให้กลับมาตัดสินใจซื้อ

7. ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว
- ร้านค้าที่มี มาตรการปกป้องข้อมูลลูกค้า (Data Protection) และใช้ระบบ SSL Secure Payment ทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัยในการซื้อสินค้าออนไลน์
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจออนไลน์ การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบ กลยุทธ์การขาย ได้ดีขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย และทำให้ร้านค้าของคุณเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 💬
LINE : @jamboliveth (มี@)
INBOX : http://m.me/jamboliveth
WEBSITE : https://th.jambolive.tv/
โทร : 095-174-4436
สอนใช้ระบบและให้คำปรึกษาฟรีตลอดการใช้งาน

JamboLive
17 มีนาคม 2025
ดูเพิ่มเติม...
พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชอบรีวิวก่อนซื้อ ทำไมรีวิวถึงสำคัญกับธุรกิจ

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลสามารถเข้าถึงได้ง่าย ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าออนไลน์หรือออฟไลน์ รีวิวจากผู้ใช้จริงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อพฤติกรรมการซื้ออย่างมาก มาดูกันว่าทำไมผู้บริโภคถึงให้ความสำคัญกับรีวิว และธุรกิจควรปรับตัวอย่างไรเพื่อใช้ประโยชน์จากแนวโน้มนี้

1. รีวิวช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ (Social Proof)
ผู้บริโภคมีแนวโน้มเชื่อมั่นในสินค้าที่มีรีวิวจากลูกค้าจริงมากกว่าการโฆษณาของแบรนด์เอง รีวิวที่ดีสามารถช่วยให้สินค้าดูน่าเชื่อถือขึ้น และช่วยให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจซื้อ
- รีวิวจาก Shopee, Lazada, TikTok Shop, JamboLive มีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้า
- รีวิวที่มีรูปภาพหรือวิดีโอช่วยให้ลูกค้าเห็นสินค้าในมุมมองที่แท้จริง

2. รีวิวช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจซื้อ
การซื้อของออนไลน์มีความเสี่ยงที่ลูกค้าอาจจะไม่ได้รับสินค้าตามที่คาดหวัง รีวิวจากผู้ซื้อก่อนหน้าช่วยให้ลูกค้าประเมินคุณภาพสินค้าและบริการของร้านค้าได้ก่อนตัดสินใจซื้อ
- คะแนนรีวิว 4-5 ดาว สามารถเพิ่มโอกาสในการขายได้มากกว่าสินค้าที่ไม่มีรีวิว
- ผู้บริโภคมักมองหาคอมเมนต์เกี่ยวกับ คุณภาพสินค้า, การจัดส่ง และบริการหลังการขาย

3. รีวิวมีผลต่อการจัดอันดับในแพลตฟอร์มขายสินค้า
แพลตฟอร์ม E-commerce และ Social Commerce เช่น Facebook, Instagram, TikTok และ Google ให้ความสำคัญกับรีวิวและคะแนนสินค้า ร้านค้าที่มีรีวิวดีจะถูกแสดงผลในอันดับต้น ๆ ทำให้มีโอกาสขายได้มากขึ้น
- Google Reviews ช่วยให้ร้านค้าติดอันดับ SEO ได้ดีขึ้น
- อัลกอริธึมของ Shopee, Lazada และ TikTok Shop จะให้ความสำคัญกับร้านค้าที่มีรีวิวดี

4. ผู้บริโภคเชื่อมั่นใน UGC (User-Generated Content)
User-Generated Content (UGC) หรือคอนเทนต์ที่ลูกค้าสร้างขึ้นเอง เช่น รีวิว, รูปภาพ หรือวิดีโอรีวิว ช่วยให้สินค้าได้รับความน่าเชื่อถือมากขึ้นเพราะเป็นการแนะนำจากผู้ใช้จริง ไม่ใช่จากแบรนด์โดยตรง
- การใช้ Influencer และ Micro-Influencer ที่ทำรีวิวสินค้าแบบจริงใจช่วยเพิ่มความน่าสนใจ
- รีวิวที่เป็นวิดีโอบน TikTok, Instagram Reels หรือ Facebook Live ช่วยดึงดูดความสนใจได้ดีกว่าข้อความธรรมดา

5. ธุรกิจควรปรับตัวยังไง?
เพื่อให้สามารถใช้พฤติกรรมการอ่านรีวิวของลูกค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ธุรกิจควรมี กลยุทธ์กระตุ้นให้ลูกค้ารีวิวสินค้า เช่น
- ส่งข้อความเตือนให้ลูกค้ารีวิวหลังได้รับสินค้า
- มอบ คูปองส่วนลด หรือแต้มสะสมสำหรับลูกค้าที่รีวิวสินค้า
- ตอบกลับรีวิวลูกค้าอย่างใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นรีวิวดีหรือไม่ดี

การรีวิวสินค้ากลายเป็น ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า การมีรีวิวที่ดีช่วยให้ธุรกิจสร้างความน่าเชื่อถือ เพิ่มยอดขาย และได้รับการจัดอันดับที่ดีในแพลตฟอร์ม E-commerce และ Social Media ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ อย่าลืมกระตุ้นให้ลูกค้ารีวิว เพราะมันอาจเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตของธุรกิจคุณ

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 💬
LINE : @jamboliveth (มี@)
INBOX : http://m.me/jamboliveth
WEBSITE : https://th.jambolive.tv/
โทร : 095-174-4436
สอนใช้ระบบและให้คำปรึกษาฟรีตลอดการใช้งาน

JamboLive
14 มีนาคม 2025
ดูเพิ่มเติม...
พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ธุรกิจต้องปรับตัวยังไงในปี 2025

พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออนไลน์มีบทบาทสำคัญมากขึ้น การเข้าใจแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จะช่วยให้ธุรกิจสามารถวางกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำและแข่งขันได้ในตลาด วันนี้เรามาดูกันว่ามีแนวโน้มอะไรบ้างที่ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2025

1. การซื้อขายออนไลน์เติบโตมากขึ้น
ปัจจุบัน E-commerce และ Live Commerce กำลังกลายเป็นช่องทางหลักในการจับจ่ายของผู้บริโภค ร้านค้าต้องปรับตัวโดยใช้แพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop และ JamboLive เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การชำระเงินผ่าน e-Wallet กำลังเป็นที่นิยม ทำให้ธุรกิจต้องรองรับระบบชำระเงินที่หลากหลาย

2. ผู้บริโภคต้องการประสบการณ์ที่สะดวกและรวดเร็ว
ลูกค้าในยุคดิจิทัลคาดหวัง การตอบสนองที่รวดเร็ว และกระบวนการซื้อสินค้าที่ ง่ายและไร้รอยต่อ ธุรกิจที่ใช้ AI Chatbot และระบบตอบแชทอัตโนมัติ เช่น JamboLive จะสามารถช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น และลดโอกาสที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจไปซื้อจากร้านอื่น

3. การให้ความสำคัญกับรีวิวและคอนเทนต์จากผู้ใช้จริง
Social Proof หรือหลักฐานทางสังคม เช่น รีวิวจากผู้ซื้อจริง และ UGC (User-Generated Content) มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าอย่างมาก แบรนด์ที่สามารถกระตุ้นให้ลูกค้ารีวิวและแชร์ประสบการณ์ผ่าน TikTok, Instagram และ Facebook จะมีโอกาสได้รับความไว้วางใจมากขึ้น

4. ความนิยมของ Live Commerce และการขายแบบอินเตอร์แอคทีฟ
ลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่ซื้อของออนไลน์ แต่ต้องการ มีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น ผ่านไลฟ์สดและการขายแบบอินเตอร์แอคทีฟ Live Commerce ไม่ใช่แค่การขาย แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและกระตุ้นการซื้อแบบเร่งด่วนด้วยโปรโมชั่นพิเศษ

5. ผู้บริโภคใส่ใจความยั่งยืนและจริยธรรมมากขึ้น
แนวคิด Sustainable Shopping และ Eco-Friendly Products กำลังมาแรง ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ หรือสนับสนุนธุรกิจที่มีความเป็นธรรมทางแรงงาน

6. Personalization และ Data-Driven Marketing กำลังเป็นที่นิยม
ผู้บริโภคชอบ ประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว (Personalized Experience) เช่น การแนะนำสินค้าเฉพาะบุคคลโดย AI การส่งโปรโมชั่นที่ตรงกับพฤติกรรมของลูกค้า ธุรกิจที่ใช้ Big Data และ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า จะสามารถทำการตลาดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ธุรกิจที่ต้องการเติบโตในปี 2025 ต้องเข้าใจว่า ผู้บริโภคต้องการความสะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ และมีความเป็นส่วนตัว การปรับตัวให้ทันกับแนวโน้มเหล่านี้ จะช่วยให้ธุรกิจสามารถดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจของคุณพร้อมปรับตัวแล้วหรือยัง ถ้าอยากขายดี ต้องตามให้ทันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 💬
LINE : @jamboliveth (มี@)
INBOX : http://m.me/jamboliveth
WEBSITE : https://th.jambolive.tv/
โทร : 095-174-4436
สอนใช้ระบบและให้คำปรึกษาฟรีตลอดการใช้งาน

JamboLive
10 มีนาคม 2025
ดูเพิ่มเติม...
ติดต่อเรา

ทดลองใช้งานจัมโบ้ไลฟ์ฟรี 7 วัน

แอดไลน์ @jamboliveth ( มี@ )

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

หากต้องการปรึกษาเกี่ยวกับระบบของจัมโบ้ไลฟ์
กรอกช่องทางการติดต่อกลับเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด