JamboLive

แม่ค้าออนไลน์มือใหม่ รู้จัก "ใบกำกับภาษี" ใบกำกับภาษีสำคัญอย่างไร?

ใบกำกับภาษี คืออะไร สำหรับแม่ค้าออนไลน์มือใหม่ หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคย หรืออาจจะสงสัยว่ามันคืออะไร ทำไมถึงต้อง “ออกใบกำกับภาษี” วันนี้จัมโบ้ไลฟ์มาแชร์ความรู้ให้เพื่อนๆพ่อค้าแม่ขายให้รู้กันค่ะ

ใบกำกับภาษี เปรียบเสมือนใบเสร็จรับเงินฉบับพิเศษ ที่มีรายละเอียดครบถ้วนเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าหรือบริการระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ เปรียบเสมือนหลักฐานสำคัญที่ใช้ชี้แจงข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับธุรกรรม

ใครเป็นผู้มีหน้าที่ออกใบกำกับภาษี ?
ผู้ขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เท่านั้นที่มีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีให้กับผู้ซื้อ

ใบกำกับภาษีมีทั้งหมดกี่ประเภท ?
ปัจจุบันกรมสรรพากรได้แบ่งใบกำกับภาษีออกเป็น 7 ประเภท ดังนี้
1. ใบกำกับภาษีอย่างย่อ
2. ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ
3. ใบเพิ่มหนี้
4. ใบลดหนี้
5. ใบเสร็จรับเงินที่ส่วนราชการออกให้ในการขายทอดตลาด
6. ใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากรที่ออกให้สำหรับการชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม
7. ใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากร หรือกรมสรรพสามิตออกให้ในการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม

ใบกำกับภาษีอย่างย่อมีอะไรบ้าง ?
1. คำว่า "ใบกำกับภาษีอย่างย่อ"
2. ชื่อและเลข 13 หลักของผู้ออกใบกำกับภาษี
3. หมายเลขลำดับหรือเลขที่ใบกำกับภาษี
4. วันที่ออกใบกำกับภาษี
5. ชื่อ, ชนิด, และประเภทสินค้าหรือบริการ
6. ปริมาณและมูลค่าของสินค้าหรือบริการ (สามารถใช้รหัสแทนได้)
7. ราคาสุทธิของสินค้าหรือบริการรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
8. ข้อความสำคัญอื่น ๆ ที่มีการกำหนดโดยหน่วยงานสรรพากร

ใบกำกับภาษีมีหลายประเภทขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจและรูปแบบการขาย แต่ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป นั้นเป็นแบบที่ใช้ทั่วไป เหมาะกับการขายสินค้าหรือบริการทั่วไป

ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปมีอะไรบ้าง ?
1. คำว่า "ใบกำกับภาษี" อยู่ตรงกลางด้านบนของใบเสร็จ
2. ข้อมูลผู้ขาย: ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
3. ข้อมูลผู้ซื้อ: ชื่อ ที่อยู่
4. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และ หมายเลขเล่ม (ถ้ามี)
5. รายการสินค้าหรือบริการ: ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่า
6. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แยกชัดเจนจากมูลค่าสินค้าหรือบริการ
7. วันที่ออกใบกำกับภาษี

ดูตัวอย่างใบกำกับภาษี
วิธีเขียนรายการในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป
- เรียงลำดับสินค้าหรือบริการให้ชัดเจน
- ระบุชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และหน่วยวัด
- ระบุราคาต่อหน่วย
- คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
- ระบุยอดรวมสินค้าหรือบริการ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และยอดสุทธิ

แม่ค้าออนไลน์ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อไหร่ ?
- เมื่อมีการขายสินค้าหรือบริการ
- เมื่อได้รับเงินค่าสินค้าหรือบริการ
- ก่อนส่งมอบสินค้าหรือบริการ

ใบกำกับภาษีสำคัญอย่างไร ?
- เป็นหลักฐานสำคัญในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
- ผู้ขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สามารถนำไปขอคืนภาษีซื้อได้

ข้อควรระวังในการออกใบกำกับภาษี
1. เฉพาะผู้ขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เท่านั้นที่มีสิทธิ์ออกใบกำกับภาษี ผู้ขาย ที่ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไม่ สามารถออกใบกำกับภาษีได้

2. ต้องระบุรายละเอียดในใบกำกับภาษีให้ครบถ้วน
รายละเอียด ที่ต้องระบุในใบกำกับภาษีมี ดังนี้:
- ชื่อ-นามสกุล หรือ ชื่อนิติบุคคล ของผู้ขายและผู้ซื้อ
- ที่อยู่ ของผู้ขายและผู้ซื้อ
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของผู้ขาย
- วันที่ เวลา ของการออกใบกำกับภาษี
- รายละเอียดสินค้าหรือบริการ จำนวน หน่วย ราคาต่อหน่วย และ ราคาสุทธิ
- จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
- ยอดเงินรวม
- ลายเซ็น ของผู้ขาย

3. ออกใบกำกับภาษีให้ทันต่อสถานการณ์
- ผู้ขายควรออกใบกำกับภาษี ให้ทันต่อสถานการณ์
- ไม่ควรรอจนนานเกินไป หลังจากมีการขายสินค้าหรือบริการ
- การออกใบกำกับภาษี ที่ล่าช้าอาจทำให้เกิดปัญหากับลูกค้าหรือกรมสรรพากร

4. ไม่ลืมเสียภาษี
- ผู้ขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับกรมสรรพากร
- การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต้องทำตามระยะเวลาที่กำหนดไว้
- การไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไม่ครบถ้วนอาจถูกปรับหรือโดนโทษอื่นๆ

5. แสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้า
- ผู้ขายควรแสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยการออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้องครบถ้วนและตรงตาม ความเป็นจริง
- ใบกำกับภาษี เป็น เอกสารสำคัญที่ลูกค้าสามารถใช้เพื่อนำไปลดหย่อนภาษี หรือใช้ประกอบ ธุรกิจ อื่นๆ
- การออกใบกำกับภาษีที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้ลูกค้าเดือดร้อนได้

สินค้าและบริการประเภทไหนที่ไม่ต้องออกใบกำกับภาษี ?
- สินค้าหรือบริการที่ราคาไม่เกิน 1,000 บาท
- สินค้าหรือบริการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
- กิจการที่มีรายได้ไม่ถึง 300,000 บาทต่อเดือน
- การขายสินค้าหรือบริการแบบรถเข็น แผงลอย
- การให้บริการงานแสดง งานรื่นเริง กีฬา การแข่งขัน การประกวดต่างๆ

รู้ไว้... ใบกำกับภาษี เปรียบเสมือนผู้ช่วยสำคัญที่ช่วยให้แม่ค้าออนไลน์จัดการเรื่องภาษีได้อย่างถูกต้อง แม่ค้ามือใหม่ทุกคนอย่าลืมศึกษาข้อมูลและออกใบกำกับภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมายนะคะ ส่วนใครกำลังขายของออนไลน์และต้องการออกใบกำกับภาษีให้กับผู้ซื้อ สามารถออกใบกำกับภาษีได้ง่ายๆผ่านระบบ JamboLive ได้เลย!

สนใจใช้ระบบดูด CF ไลฟ์สด ดูดออเดอร์และจัดการหลังบ้านร้านค้าออนไลน์ติดต่อ

LINE: @jamboliveth (มี@)

INBOX: http://m.me/jamboliveth

WEBSITE: https://th.jambolive.tv/

โทร: 095-174-4436

ข่าวล่าสุด

ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของออนไลน์ ธุรกิจต้องรู้

ในยุคที่การซื้อของออนไลน์กลายเป็นพฤติกรรมหลักของผู้บริโภค การทำความเข้าใจ ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มยอดขายและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าออนไลน์ มาดูกันว่าปัจจัยใดที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าออนไลน์มากที่สุด

1. ราคาและโปรโมชั่น
ราคา เป็นปัจจัยอันดับต้น ๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคมักเปรียบเทียบราคาจากหลายร้านค้าก่อนตัดสินใจ
- การจัด โปรโมชั่น เช่น ลดราคา, ซื้อ 1 แถม 1, คูปองส่วนลด และ Flash Sale สามารถกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น
- การใช้ ระบบสะสมแต้ม และ สมาชิก VIP ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มความภักดีของลูกค้า

2. ความน่าเชื่อถือของร้านค้าและรีวิวจากลูกค้า
ลูกค้าส่วนใหญ่มักตรวจสอบ รีวิวสินค้าและคะแนนรีวิว ก่อนตัดสินใจซื้อ
- ร้านค้าที่มีรีวิวดีจากผู้ใช้จริงมักได้รับความไว้วางใจมากกว่า
- รีวิวที่มีภาพถ่ายและวิดีโอ ช่วยให้ลูกค้าเห็นสินค้าจริงและลดความลังเล
- ธุรกิจควรมี บริการลูกค้าและนโยบายคืนสินค้า ที่ชัดเจนเพื่อเพิ่มความมั่นใจ

3. การจัดส่งสินค้าและค่าขนส่ง
- การจัดส่งที่รวดเร็ว เป็นสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญสูงสุด ลูกค้าหลายคนยอมจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้รับสินค้าเร็วขึ้น
- การส่งฟรี หรือค่าขนส่งที่ไม่สูงเกินไปช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
- ร้านค้าที่มี ตัวเลือกขนส่งหลายรูปแบบ และแจ้งเลขพัสดุทันทีช่วยให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจ

4. ช่องทางการชำระเงินที่สะดวก
ลูกค้าต้องการช่องทางชำระเงินที่หลากหลายและปลอดภัย เช่น
- E-Wallets (TrueMoney, ShopeePay, LINE Pay)
- บัตรเครดิต/เดบิต และการโอนเงินผ่านธนาคาร
- บริการเก็บเงินปลายทาง (COD - Cash on Delivery) ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า

5. ประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
- เว็บไซต์หรือแอปที่ใช้งานง่าย โหลดเร็ว และรองรับมือถือ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ
- ระบบที่มี AI Chatbot หรือระบบตอบแชทอัตโนมัติ อย่างเช่น JamboLive ช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อมูลสินค้าอย่างรวดเร็ว

6. การตลาดและโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย
- การใช้ โฆษณาบน Facebook, Instagram, TikTok และ Google Ads ที่ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภค ช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขาย
- การทำ Retargeting Ads ช่วยดึงลูกค้าที่เคยเข้ามาดูสินค้าให้กลับมาตัดสินใจซื้อ

7. ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว
- ร้านค้าที่มี มาตรการปกป้องข้อมูลลูกค้า (Data Protection) และใช้ระบบ SSL Secure Payment ทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัยในการซื้อสินค้าออนไลน์
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจออนไลน์ การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบ กลยุทธ์การขาย ได้ดีขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย และทำให้ร้านค้าของคุณเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 💬
LINE : @jamboliveth (มี@)
INBOX : http://m.me/jamboliveth
WEBSITE : https://th.jambolive.tv/
โทร : 095-174-4436
สอนใช้ระบบและให้คำปรึกษาฟรีตลอดการใช้งาน

JamboLive
17 มีนาคม 2025
ดูเพิ่มเติม...
พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชอบรีวิวก่อนซื้อ ทำไมรีวิวถึงสำคัญกับธุรกิจ

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลสามารถเข้าถึงได้ง่าย ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าออนไลน์หรือออฟไลน์ รีวิวจากผู้ใช้จริงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อพฤติกรรมการซื้ออย่างมาก มาดูกันว่าทำไมผู้บริโภคถึงให้ความสำคัญกับรีวิว และธุรกิจควรปรับตัวอย่างไรเพื่อใช้ประโยชน์จากแนวโน้มนี้

1. รีวิวช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ (Social Proof)
ผู้บริโภคมีแนวโน้มเชื่อมั่นในสินค้าที่มีรีวิวจากลูกค้าจริงมากกว่าการโฆษณาของแบรนด์เอง รีวิวที่ดีสามารถช่วยให้สินค้าดูน่าเชื่อถือขึ้น และช่วยให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจซื้อ
- รีวิวจาก Shopee, Lazada, TikTok Shop, JamboLive มีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้า
- รีวิวที่มีรูปภาพหรือวิดีโอช่วยให้ลูกค้าเห็นสินค้าในมุมมองที่แท้จริง

2. รีวิวช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจซื้อ
การซื้อของออนไลน์มีความเสี่ยงที่ลูกค้าอาจจะไม่ได้รับสินค้าตามที่คาดหวัง รีวิวจากผู้ซื้อก่อนหน้าช่วยให้ลูกค้าประเมินคุณภาพสินค้าและบริการของร้านค้าได้ก่อนตัดสินใจซื้อ
- คะแนนรีวิว 4-5 ดาว สามารถเพิ่มโอกาสในการขายได้มากกว่าสินค้าที่ไม่มีรีวิว
- ผู้บริโภคมักมองหาคอมเมนต์เกี่ยวกับ คุณภาพสินค้า, การจัดส่ง และบริการหลังการขาย

3. รีวิวมีผลต่อการจัดอันดับในแพลตฟอร์มขายสินค้า
แพลตฟอร์ม E-commerce และ Social Commerce เช่น Facebook, Instagram, TikTok และ Google ให้ความสำคัญกับรีวิวและคะแนนสินค้า ร้านค้าที่มีรีวิวดีจะถูกแสดงผลในอันดับต้น ๆ ทำให้มีโอกาสขายได้มากขึ้น
- Google Reviews ช่วยให้ร้านค้าติดอันดับ SEO ได้ดีขึ้น
- อัลกอริธึมของ Shopee, Lazada และ TikTok Shop จะให้ความสำคัญกับร้านค้าที่มีรีวิวดี

4. ผู้บริโภคเชื่อมั่นใน UGC (User-Generated Content)
User-Generated Content (UGC) หรือคอนเทนต์ที่ลูกค้าสร้างขึ้นเอง เช่น รีวิว, รูปภาพ หรือวิดีโอรีวิว ช่วยให้สินค้าได้รับความน่าเชื่อถือมากขึ้นเพราะเป็นการแนะนำจากผู้ใช้จริง ไม่ใช่จากแบรนด์โดยตรง
- การใช้ Influencer และ Micro-Influencer ที่ทำรีวิวสินค้าแบบจริงใจช่วยเพิ่มความน่าสนใจ
- รีวิวที่เป็นวิดีโอบน TikTok, Instagram Reels หรือ Facebook Live ช่วยดึงดูดความสนใจได้ดีกว่าข้อความธรรมดา

5. ธุรกิจควรปรับตัวยังไง?
เพื่อให้สามารถใช้พฤติกรรมการอ่านรีวิวของลูกค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ธุรกิจควรมี กลยุทธ์กระตุ้นให้ลูกค้ารีวิวสินค้า เช่น
- ส่งข้อความเตือนให้ลูกค้ารีวิวหลังได้รับสินค้า
- มอบ คูปองส่วนลด หรือแต้มสะสมสำหรับลูกค้าที่รีวิวสินค้า
- ตอบกลับรีวิวลูกค้าอย่างใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นรีวิวดีหรือไม่ดี

การรีวิวสินค้ากลายเป็น ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า การมีรีวิวที่ดีช่วยให้ธุรกิจสร้างความน่าเชื่อถือ เพิ่มยอดขาย และได้รับการจัดอันดับที่ดีในแพลตฟอร์ม E-commerce และ Social Media ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ อย่าลืมกระตุ้นให้ลูกค้ารีวิว เพราะมันอาจเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตของธุรกิจคุณ

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 💬
LINE : @jamboliveth (มี@)
INBOX : http://m.me/jamboliveth
WEBSITE : https://th.jambolive.tv/
โทร : 095-174-4436
สอนใช้ระบบและให้คำปรึกษาฟรีตลอดการใช้งาน

JamboLive
14 มีนาคม 2025
ดูเพิ่มเติม...
พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ธุรกิจต้องปรับตัวยังไงในปี 2025

พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออนไลน์มีบทบาทสำคัญมากขึ้น การเข้าใจแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จะช่วยให้ธุรกิจสามารถวางกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำและแข่งขันได้ในตลาด วันนี้เรามาดูกันว่ามีแนวโน้มอะไรบ้างที่ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2025

1. การซื้อขายออนไลน์เติบโตมากขึ้น
ปัจจุบัน E-commerce และ Live Commerce กำลังกลายเป็นช่องทางหลักในการจับจ่ายของผู้บริโภค ร้านค้าต้องปรับตัวโดยใช้แพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop และ JamboLive เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การชำระเงินผ่าน e-Wallet กำลังเป็นที่นิยม ทำให้ธุรกิจต้องรองรับระบบชำระเงินที่หลากหลาย

2. ผู้บริโภคต้องการประสบการณ์ที่สะดวกและรวดเร็ว
ลูกค้าในยุคดิจิทัลคาดหวัง การตอบสนองที่รวดเร็ว และกระบวนการซื้อสินค้าที่ ง่ายและไร้รอยต่อ ธุรกิจที่ใช้ AI Chatbot และระบบตอบแชทอัตโนมัติ เช่น JamboLive จะสามารถช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น และลดโอกาสที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจไปซื้อจากร้านอื่น

3. การให้ความสำคัญกับรีวิวและคอนเทนต์จากผู้ใช้จริง
Social Proof หรือหลักฐานทางสังคม เช่น รีวิวจากผู้ซื้อจริง และ UGC (User-Generated Content) มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าอย่างมาก แบรนด์ที่สามารถกระตุ้นให้ลูกค้ารีวิวและแชร์ประสบการณ์ผ่าน TikTok, Instagram และ Facebook จะมีโอกาสได้รับความไว้วางใจมากขึ้น

4. ความนิยมของ Live Commerce และการขายแบบอินเตอร์แอคทีฟ
ลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่ซื้อของออนไลน์ แต่ต้องการ มีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น ผ่านไลฟ์สดและการขายแบบอินเตอร์แอคทีฟ Live Commerce ไม่ใช่แค่การขาย แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและกระตุ้นการซื้อแบบเร่งด่วนด้วยโปรโมชั่นพิเศษ

5. ผู้บริโภคใส่ใจความยั่งยืนและจริยธรรมมากขึ้น
แนวคิด Sustainable Shopping และ Eco-Friendly Products กำลังมาแรง ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ หรือสนับสนุนธุรกิจที่มีความเป็นธรรมทางแรงงาน

6. Personalization และ Data-Driven Marketing กำลังเป็นที่นิยม
ผู้บริโภคชอบ ประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว (Personalized Experience) เช่น การแนะนำสินค้าเฉพาะบุคคลโดย AI การส่งโปรโมชั่นที่ตรงกับพฤติกรรมของลูกค้า ธุรกิจที่ใช้ Big Data และ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า จะสามารถทำการตลาดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ธุรกิจที่ต้องการเติบโตในปี 2025 ต้องเข้าใจว่า ผู้บริโภคต้องการความสะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ และมีความเป็นส่วนตัว การปรับตัวให้ทันกับแนวโน้มเหล่านี้ จะช่วยให้ธุรกิจสามารถดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจของคุณพร้อมปรับตัวแล้วหรือยัง ถ้าอยากขายดี ต้องตามให้ทันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 💬
LINE : @jamboliveth (มี@)
INBOX : http://m.me/jamboliveth
WEBSITE : https://th.jambolive.tv/
โทร : 095-174-4436
สอนใช้ระบบและให้คำปรึกษาฟรีตลอดการใช้งาน

JamboLive
10 มีนาคม 2025
ดูเพิ่มเติม...
ติดต่อเรา

ทดลองใช้งานจัมโบ้ไลฟ์ฟรี 7 วัน

แอดไลน์ @jamboliveth ( มี@ )

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

หากต้องการปรึกษาเกี่ยวกับระบบของจัมโบ้ไลฟ์
กรอกช่องทางการติดต่อกลับเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด